เปิดเพื่อทดสอบระบบ

ZhongTai.org โครงการอาสาดิกชันนารี จีน-ไทย ไทย-จีน

ชื่อเข้าใช้งาน รหัสผ่าน

ประเพณีพันเท้าของชาวจีน

ประเพณีพันเท้าเริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังใต้ สมัยนั้นพระชายาของจักรพรรดิหลี่ยฺวี่ทรงนำผ้ามาพันเท้าให้เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แล้วทรงใส่ถุงเท้าสีขาวไปฟ้อนรำบนดอกบัวที่ทำด้วยทองคำ จักรพรรดิหลี่ยฺวี่ทรงพอพระทัยการฟ้อนรำนี้มาก และยังทรงชื่นชมว่า พระชายาทรงมีปณิธานสูงกว่าเมฆ ดังนั้นประเพณีการพันเท้าจึงเริ่มจากพระราชวังแล้วค่อยแพร่ไปยังหมู่ชาวบ้าน




ครั้นถึงสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ การพันเท้าได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติสำหรับผู้หญิง คนในสมัยนั้นเชื่อกันว่า การพันเท้าเป็นสิ่งที่ดีงามอย่างหนึ่งสำหรับผู้หญิง การไม่พันเท้าเป็นความอัปยศอย่างหนึ่ง ราชินีของจักรพรรดิที่สถาปนาราชวงศ์หมิงถูกหัวเราะและถูกดูถูกจากคนทั่วประเทศจีน ก็เพราะมีเท้าที่ไม่ได้พันมาตั้งแต่เด็ก




ในสมัยโบราณ ผู้หญิงเริ่มพันเท้าตั้งแต่อายุห้าหกขวบ แล้ววิธีพันคือใช้ผ้าทำให้นิ้วเท้าทั้งหมดยกเว้นหัวแม่เท้า รวมทั้งฝ่าเท้าหักแล้วงอไปกลางฝ่าเท้า ทำให้รูปเท้ากลายเป็นรูปหน่อไม้




เราสามารถจินตนาการได้ว่า ผู้หญิงที่ถูกพันเท้าจะมีความทุกข์ทรมานมากขนาดไหน แต่เพื่อประกันว่าลูกสาวจะได้ออกเรือน คุณแม่หรือคุณย่าจะไม่สนใจการร้องไห้และการขอร้องใดๆ ท่านจะต้องทำหน้าที่ของตัวเองในการพันเท้าให้ลูก

สมัยนั้นเท้าที่ถูกพันของผู้หญิงถูกเรียกว่า "ดอกบัวทอง" แล้วการเดินของผู้หญิงที่มีเท้าเป็น "ดอกบัวทอง" ก็ได้รับการชมว่าทุกก้าวล้วนก่อเกิดดอกบัว ครั้นถึงสมัยราชวงศ์ชิง ประเพณีการพันเท้าเป็นที่นิยมมาก ผู้หญิงชาวฮั่นไม่มีใครไม่พันเท้า




การทำแบบนี้ได้สร้างอุปสรรคแก่ผู้หญิงในด้านการเดิน จึงทำให้ออกจากบ้านไปไหนมาไหนไม่สะดวก แต่ที่จริงแล้วในสมัยที่ประเทศจีนยังค่อนข้างยากจนนั้น นอกจากผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยแล้ว ผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวที่ยากจนยังต้องตะเกียกตะกายไปทำมาหากินข้างนอก เพราะฉะนั้นการพันเท้าทำให้ผู้หญิงประสบความยากลำบากขึ้นหลายสิบเท่า

ในประวัติศาสตร์ของจีน การพันเท้าก็เคยถูกห้าม ตัวอย่างเช่นในสมัยราชวงศ์ชิง จักรพรรดิคังซีทรงสั่งว่าห้ามพันเท้าเด็ดขาด แต่กลับไม่ได้ผลเท่าไร จนถึงช่วงปลายสมัยราชวงศ์ชิง การปฏิวัติซินไฮ่ทำให้ราชวงศ์ชิงค่อยๆ เสื่อมลง แล้วประเพณีนี้จึงค่อยๆ หายไป แต่ว่าบางทีในชนบทเรายังสามารถเห็นผู้หญิงที่มีเท้าเป็นแบบนี้ ซึ่งก็คือการพันเท้าเพียงครึ่งส่วน แต่เท้าแบบที่ถูกพันจริงๆ เหมือนกับสมัยโบราณนั้นไม่มีให้เห็นอีกแล้วในปัจจุบัน

ประเพณีพันเท้านี้สะท้อนให้เห็นถึงความชอบที่มีลักษณะพิเศษและโครงสร้างสังคมที่ฐานะทางสังคมของผู้ชายสูงกว่าผู้หญิงในสมัยโบราณของประเทศจีน การสูญหายของประเพณีนี้ในปัจจุบัน ทำให้ชาวโลกได้เห็นว่า ผู้หญิงจีนมีฐานะทางสังคมสูงขึ้น และประเทศจีนก็ได้ก้าวจากยุคโบราณมาสู่ยุคที่ทันสมัยและเจริญขึ้น

อ้างอิงข้อมูล: ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง


ติดต่อผู้ดูแลเว็บ