เปิดเพื่อทดสอบระบบ

ZhongTai.org โครงการอาสาดิกชันนารี จีน-ไทย ไทย-จีน

ชื่อเข้าใช้งาน รหัสผ่าน

ตวนอู่ วันกวีแห่งชาติ รำลึกถึงชวีหยวน (屈原)

วันขึ้น 5 ค่ำเดือน 5 ในปฏิทินการเกษตรของจีน เรียกว่า วันตวนอู่ 端午

端 คือ ช่วงต้น, เดือน 5 เรียกว่าเดือน 午, และเวลา 午 ถือเป็นเวลา 阳 จึงเรียกว่าวัน 端阳 อีกชื่อหนึ่ง และเดือน 5 ซ้อนกับวันที่ 5 จึงเรียกวันฉงอู่ 重午 ด้วย ถือเป็นหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ของชาวจีน (อีกสองเทศกาลคือ 春节 และ 中秋节)

วันนี้มีเรื่องราวของวีรชนผู้รักชาติเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มากมาย เป็นวันที่รำลึกถึง อู่จื่อซวี่ (伍子胥) วีรชนผู้รักชาติในสมัยชุนชิว, เป็นวันที่รำลึกถึงชวีหยวน (屈原) กวีผู้รักชาติในสมัยจ้านกว๋อ ปลายสมัยราชวงศ์โจว, เป็นวันที่รำลึกถึงเฉาเอ๋อ ธิดากตัญญูในสมัยตงฮั่น และเป็นวันที่รำลึกถึงชิวจิ่น วีรสตรีในสมัยการปฏิวัติประชาธิปไตยของ ดร.ยัดซุนเซ็น คนไทยเรารู้จักกันว่าเป็นวันกินบะจ่าง


ชวีหยวน (屈原) กวีผู้รักชาติ และประเพณีกินบะจ่าง แข่งเรือมังกร

ชวีหยวน (屈原) แซ่ชวี (屈) ชื่อผิง (平) ชื่อรองว่าหยวน (原) เป็นคนเมืองฉู่ มีชีวิตอยู่ในช่วงกลางค่อนปลายในยุคจ้านกว๋อ ห่างจากอู่จื่อซวี่ ประมาน 200 ปี

ในสมัยนั้น เมืองฉู่เป็นเมืองใหญ่มีประชากรประมาณ 5 ล้านคน เคยเป็นเมืองที่เข้มแข็งที่สุดใน 7 พยัคฆ์รัฐสงคราม (战国七雄) แต่พอมาถึงสมัยฉู่ฮว๋ายหวาง กษัตริย์ผู้โง่เขลา การเมืองอ่อนแอบ้านเมืองระส่ำระสาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่รัฐฉิน เข้มแข็งขึ้นเป็นพยัคฆ์ตัวใหม่และมีนโยบายรุกราน

ชวีหยวนเป็นขุนนางใหญ่ของรัฐฉู่ ในช่วงนี้ ชวีหยวนเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ได้รับการศึกษาอย่างดี รอบรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในทุกแขนงและเป็นผู้มีลิ้นการทูตเป็นเลิศ

ชวีหยวนเสนอนโยบายภายในให้ปฏิรูปการปกครอง ขจัดพวกนายทาสที่กดขี่และเหล่าขุนนางที่มีอิทธิพล ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนยากจน ส่งเสริมให้คนดีมีความสามารถมีโอกาสเข้ามารับใช้บ้านเมือง

ต่อภายนอกชวีหยวน เสนอให้ใช้นโยบาย 合纵 ของ 苏秦 คือ ทำสนธิสัญญารวม 6 รัฐต่อต้านฉิน ตรงข้ามกับจางอี้ (张仪) ขุนนางใหญ่ของเมืองฉินที่เสนอนโยบาย 连横 คือแยกสลาย 6 รัฐสามัคคีฉิน

อ๋องฉิน เป็นคนฉลาดและเทยอทะยาน ทำนุบำรุงรัฐฉินจนเข้มแข็งมั่งคั่งดีวันดีคืน จนสามารถซื้อตัวขุนนางต่างๆ ในรัฐฉู่ ให้คัดค้านนโยบายของชวีหยวน จนในที่สุดอ๋องฉู่ ล้มเลิกสนธิสัญญารวม 6 รัฐ ไปทำสนธิสัญญากับรัฐฉิน ปลดชวีหยวนลงเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย และเนรเทศชวีหยวนไปอยู่ชายแดนที่กันดาร

ชวีหยวนพยายามทำหนังสือตักเตือนอ๋องฉู่หลายครั้ง นอกจากจะไม่เป็นผลยังถูกเหล่าขุนนางกังฉินใส่ร้ายว่าหลงตัวเอง บังอาจหมิ่นอ๋องฉู่ จนในที่สุดถูกเนรเทศไปอยู่ที่ มี่หลัวเจียง (汨罗江) ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง

ชวีหยวนเป็นผู้มีความสามารถในด้านงานเขียนและกาพย์กลอน ช่วงที่ถูกเนรเทศได้ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างใกล้ชิด และได้เห็นความทุกข์ยากของมวลชนเนื่องจากความโง่เขลาเบาปัญญาของผู้ปกครอง จึงได้เขียนบทกวีขึ้นมากมายที่สะท้อนถึงความทุกข์ยากของมวลชนอันเนื่องจากมี ผู้ปกครองที่โง่เขลาเบาปัญญา และสอดแทรกทัศนะที่สะท้อนถึงจิตใจที่รักชาติของตนเอง

ชวีหยวนได้ประพันธ์บทกวีขนาดยาวไว้ถึง 20 กว่าเรื่องที่มีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ของบ้านเมืองในยุคนั้น

ในช่วงแรกที่ชวีหยวนถูกเนรเทศมาอยู่บริเวณตอนเหนือของแม่น้ำฮั่นสุ่ย ได้ใช้ชีวิตร่วมทุกข์สุขกับชาวบ้านอย่างกลมกลืน และใช้เวลาว่างศึกษาบทเพลงพื้นบ้านของเมืองฉู่ และในช่วงนี้เองที่ชวีหยวน ได้เขียนบทกวีหลีเซา (离骚) ที่บรรยายถึงความทุกข์ระทมที่ต้องถูกเนรเทศไปอยู่แดนไกล ความทุกข์ยากของประชาชนที่มีกษัตริย์โง่เขลา และความเคียดแค้นต่อพวกขุนนางที่ประจบสอพลอ

บทกวีหลีเซาเป็นบทร้อยกรองขนาดยาว มี 373 บทมีตัวอักษรถึง 2,500 ตัว ถือเป็นบทกวีร้อยกรองขนาดยาวชิ้นแรกในประวัติศาสตร์จีน ชวีหยวนจึงถูกยกย่องให้เป็นปฐมกวีของจีน และในวันตวนอู่ ก็ถือเป็นวันกวีแห่งชาติอีกด้วย

ชวีหยวนยังคงเฝ้าคอยว่าสักวันหนึ่ง ราชสำนักคงจะให้ความเชื่อถือและเรียกใช้ตนอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีข่าวคราวใดจากราชสำนัก ต่อมาชวีหยวนถูกเนรเทศมาอยู่บริเวณตอนใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง ชีวิตที่ระหกระเหินนานปีทำให้ชวีหยวนมีสุขภาพทรุดโทรม ผมเผ้าขาวหงอก

วันหนึ่งขณะที่ชวีหยวนเดินอยู่ริมแม่น้ำ มีชาวเรือผู้หนึ่งเข้ามาถามว่าท่านคือขุนนางชวีหยวนใช่หรือไม่ ทำไมจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

ชวีหยวนตอบว่า โลกนี้มีแต่ความโสมม มีเพียงเราเท่านั้นที่ยังสดใส ขุนนางในราชสำนักล้วนงมงาย มีแต่เราที่ยังจงรักภักดีอย่างบริสุทธิ์ใจ เราจึงถูกเนรเทศมาตกระกำลำบากอย่างนี้

ชาวเรือผู้นั้นพูดว่า ในเมื่อคนทั้งโลกล้วนโสมมและงมงาย ทำไมท่านถึงไม่ร่วมหัวจมท้ายกับพวกเขาเหล่านั้น การทำตัวดีเด่นแตกต่างจากผู้อื่นจึงต้องประสบเภทภัยเช่นนี้

ชวีหยวนกล่าวว่า ตัวเรายอมจมลงสู่ก้นแม่น้ำเป็นอาหารของปูปลา แต่ไม่ยอมให้จิตใจที่บริสุทธิ์ต้องแปดเปื้อนไปกับพวกคนชั่ว

ในปีที่ 278 ก่อนค.ศ. กองทัพฉินกรีฑาทัพรุกรานฉู่ รัฐฉู่ล่มสลาย ชวีหยวนจบบทกวีบทสุดท้ายชื่อฮว๋ายซา แล้วใช้ก้อนหินถ่วงตัวเองจมลงสู่แม่น้ำมี่หลัวเจียง ในวันที่ 5 เดือน 5

หลังจากที่ชวีหยวน จมร่างลงสู่แม่น้ำมี่หลัวเจียงแล้ว ชาวบ้านแถบนั้นพายเรือวนเวียนค้นหาอยู่บนแม่น้ำหลายวัน บางคนพายไปจนถึงทะเลสาบต้งถิงหู แต่ก็ไม่พบซากศพของชวีหยวน

ชาวเรือบางคนเอาข้าวเหนียวปั้นที่เตรียมมาเป็นเสบียงโยนลงไปในแม่น้ำเป็น อาหารปลา เพื่อให้ปลาเหล่านั้นกินอิ่มแล้วไม่มาทำร้ายซากศพของชวีหยวน มีผู้เฒ่าคนหนึ่งเทเหล้ากำมะถันลงไปในน้ำเพื่อมึนเมาพวกสัตว์น้ำ จะได้ไม่มาทำร้ายซากศพของชวีหยวนเช่นกัน

จากนั้นในวันที่ 5 เดือน 5 ของทุกปี ชาวบ้านในบริเวณนั้นจะทำการรำลึกถึงชวีหยวนด้วยการพายเรือบนแม่น้ำมี่หลัวเจียง โยนข้าวเหนียวปั้นและเทเหล้ากำมะถัน ก่อเป็นประเพณีแข่งเรือมังกร กินขนมจ้งจื่อ ดื่มเหล้ากำมะถันในวันเทศกาลตวนอู่

พูดถึงการเอาข้าวเหนียวปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายๆ กำปั้นห่อด้วยใบไผ่ที่เรียกกันว่าจ้งจื่อ มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นคงยากที่จะระบุชัดได้ เป็นวิธีการพกข้าวห่อของคนสมัยโบราณ

จ้งจื่อ มี 2 ชนิด ชนิดหนึ่งเอาข้าวเหนียวผสมน้ำด่าง ห่อด้วยใบไผ่เป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ นึ่งสุกแล้วมีสีอมเหลืองรสกร่อยๆ เมือกๆ เรียกว่า จีจ้ง รสชาติไม่ดีนัก เวลากินต้องจิ้มน้ำตาล ชนิดนี้กินเพื่อล้างท้องฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากเดือน 5 อากาศร้อนจัดมีโรคระบาดชุก คนจีนเชื่อกันว่าด่างสามารถล้างท้องและฆ่าเชื้อโรคได้

ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือบะจ่างที่นิยมในบ้านเรา ส่วนใหญ่นิยมใส่ไส้พุทรา เม็ดบัว ถั่วลิสง เนื้อหมู ถ้าเป็นของคนกวางตุ้งจะใช้ใบบัวห่อเป็นรูปกระทง แทนที่จะห่อเป็นรูปสามเหลี่ยมด้วยใบไผ่ แต่ส่วนผสมและการปรุงรสก็จะคล้ายๆ กัน

ปัจจุบันประเพณีเทศกาลตวนอู่ ได้เผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางถึงนานาประเทศ และบะจ่าง ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลตวนอู่ นอกจากนี้ในอดีตยังเป็นสัญลักษณ์การขอแต่งงานต่อหญิงสาวของชายหนุ่มอีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก:
http://www.thaigoodview.com/node/3009
http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=sprbcn&topic=997
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mamchan&month=07-11-2007&group=15&gblog=9

อ้างอิงข้อมูล: http://www.zhongtai.org/forum/index.php?topic=286.msg1249#msg1249


ติดต่อผู้ดูแลเว็บ